เมื่อพูดถึงเรื่องความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่เราผลิต เราก็รู้สึกไม่ต่างจากคุณ...

เราต้องการทราบข้อมูลทั้งหมดที่เราจะสามารถหาได้ เราพยายามขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ และคอยติดตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดอยู่เสมอเพื่อดูว่าข้อมูลดังกล่าวมีผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ใดๆ ของเราหรือไม่ นอกจากนี้ เรายังรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของเราเพื่อนำประสบการณ์จากผู้ใช้มาประกอบในการพิจารณาอีกด้วย ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญในอันดับต้นๆ สำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อการอุปโภคบริโภคทั้งหมดของเรา เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในครัวเรือนและสัมผัสกับร่างกายของเรา ความปลอดภัยคือค่านิยมที่เราทุกคนยึดมั่น


ในบรรดาข้อมูลทุกประเภทที่เราใช้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ไม่มีข้อมูลใดที่สำคัญไปกว่าการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับข้อมูลและความปลอดภัยทางวิทยาศาสตร์ เราไม่ใช้ข้อมูลที่ค้นพบจากงานศึกษาวิจัยเพียงชิ้นเดียว เนื่องจากเราต้องการทำให้แน่ใจว่าเราได้รวบรวมข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมดจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลากหลายสาขาเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่มีหลักฐานอ้างอิงอย่างชัดเจน ความเห็นเพียงความเห็นเดียวหรืองานวิจัยเพียงชิ้นเดียวมีน้ำหนักไม่มากพอที่จะเชื่อถือได้เมื่อเทียบกับงานวิจัยหลายสิบชิ้นที่มีการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ซึ่งมีหลักฐานอย่างชัดเจน ในฐานะที่ดิฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์และเป็นแม่คนซึ่งสำคัญพอๆ กัน ดิฉันบอกคุณได้เลยว่าข้อมูลทางวิทยาศาสตร์นั้นชัดเจน ทัลก์ที่เป็นเกรดสำหรับใช้ทำเครื่องสำอางนั้นมีความปลอดภัยและใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์สำหรับอุปโภคบริโภคมายาวนาน


เราเป็นทั้งพ่อ แม่ และผู้บริโภค เราเข้าใจและตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจของคุณ เราได้จัดทำเว็บไซต์นี้ขึ้นมาเพื่อช่วยให้คุณค้นหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทัลก์ได้ง่ายยิ่งขึ้น คุณจะได้เรียนรู้ว่าทัลก์มาจากไหน ถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันในลักษณะใดบ้าง และเหตุใดทัลก์จึงสามารถใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลผิวพรรณและร่างกายได้อย่างปลอดภัย ก่อนอื่น เราขอเสนอผลิตภัณฑ์แป้งเด็ก JOHNSON’S® ในฐานะที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมากว่า 100 ปี ปัจจุบันนี้ แผนกผลิตภัณฑ์สำหรับการอุปโภคบริโภคของเรายังคงผลิตและจำหน่ายแป้งเด็ก JOHNSON’S® ที่มีส่วนผสมอย่างทัลก์และแป้งข้าวโพด เราเลือกที่จะใส่ส่วนผสมเหล่านี้ลงไป ไม่ใช่เพียงเพราะว่าเราใช้ส่วนผสมเหล่านี้มาเป็นเวลาหลายทศวรรษ แต่เราใส่ส่วนผสมเหล่านี้ลงไปเพราะว่างานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายสิบชิ้นที่สนับสนุนความปลอดภัยของส่วนผสมเหล่านี้ เราหวังว่าการทบทวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทัลก์ที่ได้รวบรวมเอาไว้เหล่านี้จะช่วยให้คุณมั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพของทัลก์เช่นเดียวกับเรา


ทารา กลาสโกว - รองประธานฝ่ายวิจัยและ&พัฒนาของ Johnson & Johnson Consumer, Inc.
 

ทารา กลาสโกว

รองประธานฝ่ายวิจัยและ&พัฒนาของ
Johnson & Johnson Consumer, Inc.

คุณทราบหรือไม่

 

ครอบครัวต่างๆ มอบความไว้วางใจในทัลก์มาหลายศตวรรษ



ยุคโบราณ
ยุค
โบราณ

ในขณะที่ทัลก์เป็นส่วนผสมอย่างหนึ่งที่มีการนำมาใช้มากที่สุดในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในปัจจุบัน แต่การใช้ทัลก์ในเครื่องสำอางเป็นสิ่งที่มีมานานแล้วตั้งแต่
ยุคอียิปต์โบราณ นอกจากนี้ ชาวแอสซีเรียโบราณและชนพื้นเมืองในอเมริกาได้นำทัลก์มาใช้งานใน
หลากหลายด้าน

ยุค
ปัจจุบัน
ยุคปัจจุบัน
 

ในศตวรรษที่ 19 มีการนำแป้งทัลคัมมาใช้เพื่อบรรเทาอาการระคายเคืองผิวเนื่องจากพลาสเตอร์ยา นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังค้นพบด้วยว่าแป้งทัลคัมสามารถช่วยบรรเทาอาการผื่นผ้าอ้อมได้อีกด้วย จึงได้กลายเป็นจุดกำเนิดของแป้งเด็ก JOHNSON’S® ในปี 18935

การใช้งานด้านอื่นๆ นอกเหนือจากใช้ผลิตแป้งทัลคัม

 

ประโยชน์อันหลากหลายของทัลก์

ถึงแม้ว่าการนำมาใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตแป้งเด็กคือหนึ่งในประโยชน์การใช้สอยซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีที่สุด แต่สัดส่วนของแร่ทัลก์บนโลกนี้ถูกนำมาใช้ผลิตแป้งเด็กในปริมาณน้อยมาก ต่อไปนี้คือการนำทัลก์มาใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ที่พบบ่อย

อาหาร

หมากฝรั่ง & ลูกกวาด
หมากฝรั่ง & ลูกกวาด

การเคลือบบนหมากฝรั่งและลูกกวาดบางๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้หมากฝรั่งและลูกกวาดติดกับกระดาษห่อ2

ข้าว
ข้าว

ใช้ในการสีเมล็ดข้าวขาว1

น้ำมันมะกอก
น้ำมันมะกอก

ช่วยให้น้ำมันมีความใสและคุณภาพดีขึ้น1

เครื่องสำอาง & ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย

เครื่องสำอางแต่งหน้า
เครื่องสำอางแต่งหน้า

ให้เนื้อเท็กซ์เจอร์และช่วยดูดซับความมันใน
อายแชโดว์ บลัชออน แป้งทาหน้า และแป้งผสมรองพื้น1

สบู่
สบู่

เพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ดูแลผิว1

ผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อ
ผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อ

ช่วยดูดซับความชื้น3

ด้านการแพทย์

การผลิตเม็ดยา
การผลิตเม็ดยา

ป้องกันการจับตัวเป็นก้อน เคลือบเม็ดยา และใช้ในการผลิตยาสูตรตำรับแบบออกฤทธิ์นาน6

มะเร็งปอด
ผู้ป่วยมะเร็งปอด

ช่วยรักษาการคั่งของของเหลว (ภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด) ระหว่างปอดและผนังทรวงอก6

ซิสติก ไฟโบรซิส (Cystic Fibrosis)
ผู้ป่วยโรคซิสติก ไฟโบรซิส

นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันการคั่งของของเหลวในปอดสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคซิสติก ไฟโบรซิสอีกด้วย7

ผลิตภัณฑ์ ของเรา

 

เรายังคงใช้ทัลก์ในผลิตภัณฑ์ของเราต่อไปเพราะว่างานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายสิบชิ้นได้ยืนยันถึงความปลอดภัยของทัลก์ เรามั่นใจที่จะผสมทัลก์เกรดที่ใช้สำหรับผลิตภัณฑ์ยาลงในผลิตภัณฑ์ของเราเพราะความปลอดภัยและประสิทธิภาพของทัลก์ ความไว้วางใจที่คุณมีต่อผลิตภัณฑ์ของเราและความมั่นใจของคุณในการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นในชีวิตประจำวันคือความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงของเรา ด้วยเหตุนี้ เราจึงเลือกใช้แต่ส่วนผสมที่ได้รับการยืนยันทางด้านวิทยาศาสตร์ล่าสุดแล้วว่ามีความปลอดภัย

ความปลอดภัยที่ยาวนานหลายทศวรรษ

หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ งานวิจัย และหลักฐานทางคลินิก ตลอดจนการศึกษาวิจัยตลอดช่วงระยะเวลา 30 ปีโดยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ทั่วโลกยังคงสนับสนุนความปลอดภัยของทัลก์เกรดสำหรับใช้ทำเครื่องสำอาง หน่วยงานด้านสุขภาพในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกได้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวแล้ว ทัลก์ได้รับอนุญาตให้ใช้ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวมถึง สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป แคนาดา อาร์เจนตินา บราซิล จีน อินเดีย อิสราเอล แอฟริกาใต้ ตุรกี และอินโดนีเซีย

แป้งเด็ก JOHNSON'S®

หากคุณเคยดูแลเด็ก คุณอาจจะมีแป้งเด็ก JOHNSON’S® อยู่ในบ้าน แป้งเด็กที่ทำจากทัลก์เกรดสำหรับใช้ทำเครื่องสำอางคือหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดของแบรนด์ JOHNSON’S® และเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งของเครื่องใช้ในการดูแลเด็กมาเป็นเวลานาน ผลิตภัณฑ์แป้งเด็กของเราก่อให้เกิดอาการแพ้น้อยมาก (hypoallergenic) ช่วยขจัดการเสียดสีและได้รับการพิสูจน์ในทางการแพทย์แล้วว่าอ่อนโยนต่อผิวเด็ก กลิ่นหอมสะอาดแบบคลาสสิกทำให้รู้สึกสบายและเป็นที่คุ้นเคยสำหรับพ่อแม่และเด็กๆ

แป้งเด็ก JOHNSON'S®

 

การศึกษา สุขภาพ

ของพยาบาล

การศึกษาสุขภาพของพยาบาลหรือ Nurses’ Health Study (NHS) คือการศึกษาสุขภาพของผู้หญิงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา การศึกษาที่ได้รับทุนการวิจัยจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกานี้ได้ศึกษาถึงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ของโรคเรื้อรังหลักๆ ในผู้หญิงตั้งแต่ปี 1976 หนึ่งในการค้นพบที่สำคัญหลายอย่างจากการศึกษาวิจัยจาก NHS ก็คือ การพบความเชื่อมโยงระหว่างการสูบบุหรี่และโรคหัวใจในผู้หญิง และนำไปสู่การพัฒนาการบำบัดรักษาด้วยฮอร์โมนสำหรับการรักษามะเร็งเต้านม

กลุ่มของผู้หญิงที่ใช้แป้งทัลคัมในการศึกษา NHS มีจำนวน 78,630 ราย ซึ่งได้รับการติดตามผลทั้งหมดเป็นเวลา 24 ปี8,9 มีการสอบถามผู้หญิงเหล่านี้ว่าพวกเขาเคยใช้แป้งทัลคัมโรยบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์หรือบนผ้าอนามัยหรือไม่ ประมาณร้อยละ 40 ของผู้หญิงตอบว่า เคย และได้รับการคัดเข้าไปอยู่ในกลุ่มผู้ที่ใช้แป้งทัลคัม8,9

การศึกษาเป็นเวลา

24

ปี
จากผู้หญิงประมาณ

31,344

ราย

ที่ใช้แป้งทัลคัม

จากผู้หญิง

78,630

ราย
ที่ได้รับ
การ
ติดตามผล

ไม่พบการเพิ่มขึ้น
ของอัตราเสี่ยงต่อมะเร็งรังไข่โดยรวม

ข้อมูลจากการศึกษาไม่พบการเพิ่มขึ้นของอัตราเสี่ยงโดยรวมของมะเร็งรังไข่ในกลุ่มของผู้ที่ใช้แป้งทัลคัม โดยไม่คำนึงถึงความถี่ในการใช้แป้งทัลคัมของผู้หญิงเหล่านั้น ไม่มีความแตกต่างของอัตราการเกิดมะเร็งรังไข่ในกลุ่มผู้หญิงที่ใช้แป้งทัลคัมกับร่างกายของตนโดยตรงหรือโรยบนผ้าอนามัย8,9

การศึกษา Women's
Health Initiative

การศึกษา Women’s Health Initiative (WHI) ได้จัดทำขึ้นโดยสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาในปี 1991 เพื่อศึกษาเกี่ยวกับสุขภาพของสตรีวัยหลังหมดประจำเดือน หนึ่งในประเด็นหลายๆ ที่การศึกษาวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาก็คือ ความเชื่อมโยงระหว่างการบำบัดรักษาด้วยฮอร์โมนกับมะเร็งเต้านม และผลของการควบคุมอาหารที่มีต่อโรคมะเร็งและโรคหัวใจ กลุ่มของผู้หญิงที่ใช้แป้งทัลคัมในการศึกษา WHI มีทั้งสิ้น 61,576 ราย ผู้หญิงจำนวนร้อยละ 53 รายงานว่าได้ใช้แป้งทัลคัมกับอวัยวะสืบพันธุ์ ผ้าอนามัย หรือหมวกครอบปากมดลูก (diaphragm) ผู้หญิงในการศึกษานี้ได้รับการติดตามในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1993 ถึง 2012

18

ปี
จากผู้หญิงประมาณ

32,219

ที่ใช้แป้งทัลคัม

จากผู้หญิง

61,576

ราย
ที่ได้รับ
การ
ติดตามผล

ไม่พบการเพิ่มขึ้น
ของอัตราเสี่ยงต่อมะเร็งรังไข่โดยรวม

ข้อมูลจากการศึกษาไม่พบการเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งรังไข่ในผู้หญิงที่ใช้แป้งทัลคัม โดยไม่คำนึงถึงประเภทการใช้งาน นอกจากนี้ ยังไม่พบการเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงในกลุ่มผู้หญิงที่ใช้แป้งทัลคัมในช่วงระยะเวลาที่นานกว่านี้10

การศึกษา อื่นๆ

ในการศึกษาอื่นๆ เช่น การศึกษาแบบมีกลุ่มควบคุม (case-control study) จะมีการระบุกลุ่มผู้ป่วยด้วยประวัติของโรคที่อยู่ในความสนใจ จากนั้น จะมีการถามคำถามเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่เป็นไปได้ รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์บางอย่างในอดีตที่ผ่านมา ในขณะที่การศึกษาแบบมีกลุ่มควบคุมบางการศึกษาได้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงสถิติระหว่างมะเร็งรังไข่กับผู้ที่ใช้แป้งทัลคัม แต่กลับไม่พบความสัมพันธ์นี้ในการศึกษาแบบติดตามไปข้างหน้าที่มีขนาดใหญ่ สาเหตุที่อาจเป็นไปได้ประการหนึ่งที่การศึกษาแบบมีกลุ่มควบคุมบางการศึกษาพบความสัมพันธ์เพียงเล็กน้อยในทางสถิติก็คือ มีความเป็นไปได้ที่จะมีการประเมินค่าความสัมพันธ์ที่แท้จริงสูงเกินไปเนื่องจากอคติที่เกิดจากการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ เพราะผู้เข้าร่วมการศึกษาทราบถึงสถานะของมะเร็งรังไข่ของตนเองขณะที่รายงานการใช้แป้งทัลคัม11

ข้อมูลอ้างอิง

 

  1. Industrial Minerals Association. “What is Talc.”
    http://www.ima-na.org/?page=what_is_talc
  2. EARTH magazine. Mineral Resource of the Month.
    http://www.earthmagazine.org/article/mineral-resource-month-talc
  3. Geology.com. Talc: The Softest Mineral.
    http://geology.com/minerals/talc.shtml
  4. U.S. Food and Drug Administration.
    http://www.fda.gov/Cosmetics/ProductsIngredients/Ingredients/ucm293184.htm
  5. Johnson & Johnson Kilmer House. The Birth of Our Baby Products.
    http://www.kilmerhouse.com/2007/04/the-birth-of-our-baby-products/
  6. WJPPS. Talc: a versatile pharmaceutical excipient.
    http://www.wjpps.com/download/article/1386002938.pdf
  7. Hunt et al. / Interactive CardioVascular and Thoracic Surgery 6 (2007) 117–120.
    http://icvts.oxfordjournals.org/content/6/1/117.full
  8. Gertig, Prospective Study of Talc Use and Ovarian Cancer, Journal of the National Cancer Institute, Nurses Health Study.
    http://jnci.oxfordjournals.org/content/92/3/249.full
  9. Gates, Risk Factors for Epithelial Ovarian Cancer by Histologic Subtype
    http://aje.oxfordjournals.org/content/171/1/45.full
  10. Houghton, Perineal Powder Use and Risk of Ovarian Cancer, Journal of the National Cancer Institute, Women’s Health Initiative.
    http://jnci.oxfordjournals.org/content/106/9/dju208.full
  11. Cancer.org. Talcum Powder and Cancer.
    http://www.cancer.org/cancer/cancercauses/othercarcinogens/athome/talcum-powder-and-cancer

กลับสู่ด้านบน